ประกันภัยรถจักรยานยนต์

ในปัจจุบันรถจักรยานยนต์มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้สภาพการจราจรหนาแน่นและทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์จึงถือเป็นแนวทางในการเข้ามาช่วยบรรเทาแบ่งเบาความเสียหาย หรือความสูญเสียให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันอุบัติภัยอันเกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์

รูปแบบของการประกันภัยรถจักรยานยนต์

1. ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1

เป็นประกันที่มีความคล้ายกับประกันรถยนต์เพราะให้ความคุ้มครองมากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • คุ้มครองคู่กรณี, ผู้เอาประกัน
  • รับผิดชอบต่อชีวิตและร่างกาย, ทรัพย์สิน และค่ารักษาพยาบาล
  • คุ้มครองกรณีรถสูญหาย
  • คุ้มครองกรณีไฟไหม้
  • คุ้มครองกรณีรถลื่นล้มเอง ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุและไม่มีคู่กรณี
  • มีค่าเสียหายส่วนแรก (ยอดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท)

โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทประกันนั้นจะรับทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 1 เฉพาะรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปีและเครื่องยนต์ 250cc ขึ้นไปเท่านั้น

2. ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+

เป็นประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1 

  • คุ้มครองคู่กรณี
  • รับผิดชอบต่อชีวิตและร่างกาย, ทรัพย์สิน และค่ารักษาพยาบาล
  • คุ้มครองกรณีรถสูญหาย
  • คุ้มครองกรณีไฟไหม้
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถล้มเอง และไม่มีคู่กรณี
  • จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สำหรับรถคันเอาประกัน

โดยจุดเด่นของประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+ ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นประกันที่ครอบคลุมแต่ราคาย่อมเยากว่าประกันชั้น 1

3. ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3+

เป็นประกันที่มีความใกล้เคียงกับประกันชั้น 2+ มาก ทั้งด้านราคาและความคุ้มครองต่างๆ 

  • คุ้มครองคู่กรณี
  • รับผิดชอบต่อชีวิตและร่างกาย, ทรัพย์สิน และค่ารักษาพยาบาล
  • ไม่คุ้มครองกรณีไฟไหม้
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถสูญหาย
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถล้มเอง และไม่มีคู่กรณี

ข้อดีของประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3+ คือมีราคาของเบี้ยประกันถูกกว่าประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 2+

4. ประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3

เป็นประกันที่มีราคาประหยัดที่สุดในประเภทประกันภัยรถจักรยานยนต์ 

  • ให้ความคุ้มครองความเสียหายและทรัพย์สินแค่คู่กรณีเท่านั้น
  • ไม่มีความคุ้มครองให้รถคันเอาประกัน

เนื่องจากประกันภัยรถจักรยานยนต์ชั้น 3 มีความคุ้มครองที่น้อย จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ถึงแม้ว่าจะมีราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าก็ตาม

จะเห็นได้ว่า การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ เพื่อที่จะคุ้มครองความรับผิดชอบในกรณีที่เจ้าของรถจักรยานยนต์

ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกายและรถยนต์ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถยนต์รวมทั้งภัยอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น